Pinion XIII
Butterfly Age
กลับมาแต่ง blog ใหม่... ก็เพราะมีเรื่องที่อยากระบาย
ผมไม่คิดว่าเพื่อนๆ จะกลับมาอ่านอีกแล้ว เพราะเมื่อพวกเขาเบื่อ พวกเขาก็คงไม่กลับมา... ไม่เป็นไร ผมเองก็ไม่อยากให้พวกเขาได้รับรู้ความรู้สึกพวกนี้หรอก
ย้อนหลังไปสมัยเริ่มเล่นอินเตอร์เน็ตใหม่ๆ สมัยนั้น มีความสุขมาก.... เจอเพื่อน... เจอคนดีๆ... และผมก็ยังเป็นเด็กอายุ 11 ปีที่มองโลกในแง่ดี มองความรักในแง่ที่งดงาม
เดี๋ยวนี้ล่ะ ?
อะไรๆ ก็เปลี่ยนไปเยอะ... กระทั่งในโลกเน็ต เพื่อนก็ยังเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ซักวัน ผมคงไม่ได้มานั่งเล่น แต่ง blog แต่งฟิค แบบนี้อีกแล้ว พอถึงเวลาที่ก้าวจากความเป็นเด็ก สู่ความเป็นผู้ใหญ่ สิ่งเหล่านี้ก็คงกลายเป็นเรื่องไร้สาระ
ผมไม่กล้าเอาความรู้สึกในปัจจุบันมาตัดสินความรู้สึกในอนาคต
...ไม่แน่ว่า อนาคต ผมที่เป็นผู้ใหญ่... อาจย้อนมองมา... แล้วรู้สึกว่า ผมที่ยังเป็นเด็กตอนนี้ อ่อนแอ โง่เง่า และเสียเวลากับเรื่องไร้สาระก็เป็นได้ ?
อิจฉาผีเสื้อ
ผีเสื้อ... ที่หลุดพ้นจากรังดักแด้ วัฏจักรชีวิตที่เกิดมา... เพื่อจะได้เป็นแมลงมีปีกงดงามที่มีชีวิตสั้นๆ 1 วัน
กระนั้น มันก็ได้อยู่ใกล้ๆ ดอกไม้ ได้รู้จักสิ่งต่างๆ มากมาย
คนเราล่ะ?
เพราะคนเรามีชีวิตยาวนานเกินไป 'ความหมายของชีวิต' เลยถูกลืมเลือนหมด
...ทั้งที่... ถ้าเรามีชีวิต 1 วัน... 1 วันเท่านั้น... เราอาจใส่ใจกับชีวิตตนเอง และรู้ว่า... ควรใช้เวลาที่เหลืออยู่อย่างไร
นักโทษประหาร... อาจสำนึกได้ในวาระสุดท้าย และหนึ่งชั่วโมงที่เหลืออยู่ของเขา... ก็อาจทำให้เขาได้เรียนรู้อะไรเยอะแยะ
......................กว่าคนธรรมดาที่มีชีวิตนับสิบปี ยี่สิบปี สามสิบปี.................... แต่ไม่ได้เรียนรู้อะไรเลย
โลกสีเทาด้านๆ ของผม ล้อมไปด้วยคนธรรมดามากมาย... พวกเขาไม่รู้จักผม พวกเขามองผม... แล้วก็เลยผ่านไป ผมไม่รู้จักพวกเขา แต่ผมมองพวกเขา เฝ้าคิดว่า ชีวิตของพวกเขาที่แสนเรียบง่ายนั้น พวกเขาได้ค้นพบความหมายของชีวิตของตัวเองรึยัง ?
ผมยังไม่พบหรอก และคงไม่มีวันพบด้วย
บางที ผมก็อยากลดชีวิตตัวเอง ให้เหลือแค่ 1 ปี... 1 เดือน... 1 วัน
เพราะตอนนี้ ผมใช้ชีวิตตัวเองไปอย่างไร้ค่าเหลือเกิน
ผมอยากละจากเพื่อนๆ เพราะผมไม่รู้สึกว่า พวกเขาต้องการผม... แต่พอรู้ตัวอีกที ผมก็ต้องไปหาพวกเขาใหม่... คงเพราะว่า มันเป็นสถานที่แห่งเดียว ที่ทำให้ผมร่าเริงได้จริงๆ ล่ะมั้ง
พวกเขาเป็นคนพิเศษ... คนสำคัญของผม...
แต่ผมรู้ว่า.. ผมไม่ใช่คนพิเศษ หรือสลักสำคัญอะไร... สำหรับพวกเขา
ถึงผมจะหายไป พวกเขาอาจคิดถึงบ้าง แต่ไม่นาน ก็คงลืมไปเอง
ก็แน่ล่ะนะ ผมไม่ใช่ 'คนสำคัญ' นี่
ก็ตอนคนสำคัญผมคนหนึ่งทุกข์ใจ... ผมก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย เป็นตัวเกะกะไร้ประโยชน์ที่ไม่รู้จะพูดยังไง... ให้เขาสบายดี
แต่ถ้าถึงวันที่จะไม่ได้เจอกันอีกแล้วจริงๆ... ผมก็อยากบอกพวกเขา
คิดถึงกันได้มั้ย ?
คิดถึงในแง่ร้ายก็ไม่เป็นไร... คิดถึงผมซักนิดเดียวก็พอ...
คิดถึงแค่วันเดียวก็ได้... อย่าลืมว่า มีผมคนนี้อยู่ก็พอ
ผมเคยหงุดหงิดคนคนหนึ่ง ที่ขี้งอน เจออะไรนิดหน่อยก็เศร้าใจ เสียใจ ท้อแท้
แต่ก็ไม่ใช่ว่าผมไม่เข้าใจเขาหรอก
เพียงแต่... อะไรที่เรายืนหยัดได้ด้วยตัวเอง... เราก็ต้องทำให้ได้
ไม่มีสิทธิ์ปริปากบ่นหรอกนะ............... ถ้ายังไม่ได้เริ่มทำอะไรซักอย่างเลย...
เคยสาบานไว้ว่าจะไม่ร้องไห้
แต่ตอนที่กำลังนั่งพิมพ์นี่อยู่ ผมก็ร้องไห้
น่าขำสิ้นดี
อ่อนแอสิ้นดี
โง่เง่าสิ้นดี
โง่
โง่
โง่ที่ฝังใจเชื่อกับคำพูดเล็กๆ น้อยๆ ของคนอื่น
โง่ที่ฝังใจกับความรู้สึกของตัวเอง... แต่พอถูกปฏิเสธ ก็มาแอบเสียใจคนเดียว
งี่เง่า
งี่เง่าจริงๆ
มีเรื่องหลายอย่างที่ผมอยากทำตั้งเยอะ และคิดว่า... จะทำให้ได้
ซักวันนึง ก็ต้องทำให้ได้
พวกผู้ใหญ่ค้านผมเรื่องการแต่งฟิค การแต่งนิยาย
แต่ผมไม่คิดจะเลิกหรอก
มันช่วยไม่ได้.... ก็วิธีแบบนั้น มันเป็นวิธีระบายอารมณ์ของผม... เฉพาะเวลาผมปลดปล่อยจินตนาการของตัวเองเท่านั้น... ที่ทำให้ผมรู้สึกว่า.. ตัวเองไม่ได้ไร้ค่าเกินไป
ผมเคยคิดว่าผมโรคจิต ชอบแต่งให้ตัวละครเอกมีปมอดีตที่เศร้าๆ บางทีก็แต่งให้พวกเขาเหล่านั้นจิตวิปลาส
แต่ตอนนี้ ผมเข้าใจอะไรหน่อยๆ
...ว่าพวกเขาก็คือผม...
ผมไม่ได้เป็นคนที่ทุกข์ที่สุดในโลก
ยังมีคนที่ทุกข์กว่าผมอีกมาก
...เพราะงั้น ผมจะไม่สงสารตัวเอง...
และไม่ขอให้ใครสงสาร
ถ้าเราสามารถยืนได้ด้วยตัวเอง เดินได้ด้วยตัวเอง... ค้นหาความหมายของชีวิตได้ด้วยตัวเองก็คงดี
ถ้าผมมีเวลาเหลือแค่หนึ่งวัน และมีปีกเหมือนผีเสื้อ... ผมจะค้นพบความหมายของชีวิตนั้นเจอมั้ยนะ ?