Pinion X
Rapunzel in the Locked Tower
วันนี้วันปิดเทอมวันสุดท้าย และพรุ่งนี้ก็คือวันเปิดเรียนเทอมสองวันแรก... ตั้งใจจะใช้วันสุดท้ายของการปิดเทอมให้คุ้มค่าที่สุด แต่จริงๆ แล้วก็ยังเหมือนเดิม... เหมือนทุกๆ วัน
เหมือนใช้ช่วงเวลาปิดเทอมได้ไม่คุ้มค่าอย่างต้องการเลย วันๆ มีแต่เรื่องซ้ำซาก ก่อนปิดเทอมตั้งใจไว้ว่า จะหัดวาดรูป จะแต่งโดจิน และจะเรียนภาษาญี่ปุ่น แต่สุดท้าย ก็คือ 'ความเกียจคร้าน' ที่ทำให้ผมไม่ได้ลงมือทำอะไรซักอย่างแม้แต่ฟิคก็เพิ่งมาแต่งช่วงท้ายๆ และแต่งไม่จบเสียด้วย
แต่เอาเถอะ.... ใช่ว่าช่วงปิดเทอมผมไม่ได้เจออะไรดีๆ ผมได้พบคนคนหนึ่ง... ผมไม่ขอเอ่ยชื่อเขา ผมไม่เคยพาดพิงชื่อใครใน blog ของผมอยู่แล้ว... แต่เขาเป็นคนดี และเขาก็คือคนสำคัญคนหนึ่งของผม ซึ่งหากผมมัวแต่ยุ่งกับงานอดิเรกอย่างอื่น ผมคงไม่มีทางเจอเขา
ผมบอกเขาบ่อยๆ ว่า ชีวิตเขาเหมือนชีวิตผมดีนะ ไม่รู้ว่าเขาจะเบื่อรึเปล่าเหมือนกัน
Pinion VIV ผมแต่งถ้อยคำระบายอารมณ์ออกมาเป็นภาษาอังกฤษ ถึงผมจะบอกว่ามีความฝันแต่ความฝันผมก็ไม่ได้ยิ่งใหญ่ถึงขั้นต้องทำขนาดนั้น และดีไม่ดี มันอาจไม่มีแก่นสารใดๆ เพียงพอให้ไล่ตามเลยด้วย
...แต่มันก็คือความฝันล่ะนะ...
ผมตั้งใจจะเขียน Pinion X ได้หลายวันแล้ว แต่พอเห็นหน้าว่างๆ ให้ได้เติมถ้อยคำลงไป ทำไมรู้สึกเหมือนอารมณ์จะแต่ง blog หายเหือดไปหมดไม่รู้ เอาเถอะ ยังไงตอนนี้ผมก็ได้แต่งแล้ว
หลายวันก่อน ผมนึกถึงนิทานเรื่องหนึ่ง เป็นนิทานของสาวน้อยผมเปียยาว ซึ่งถูกหญิงแม่มดจับตัวขังไว้ในหอคอย และเจ้าชายก็ปีนหาเธอด้วยการปีนผมเปียเธอขึ้นไป... ตามชื่อของ Pinion... เรื่องราวของราพันเซล
ถึงเรื่องนี้จะหาแก่นสารไม่ได้ในหลักวิทยาศาสตร์ เพราะถึงแม้ผมเปียเธอจะยาวแค่ไหน ก็รองรับน้ำหนักคนคนหนึ่งอย่างเจ้าชายไม่ได้หรอก และดีไม่ดี คอเธออาจจะหักเสียก่อนเพราะน้ำหนักของเปีย ก่อนจะทันได้เจอเจ้าชายเสียด้วยซ้ำ แต่มันก็เป็นเรื่องที่สวยงามนะ
ผมคิดว่าคนแต่งอาจพยายามสื่อถึงการไร้อิสรภาพของหญิงคนหนึ่ง และความรักของหญิงผู้ถูกขัง กับเจ้าชายผู้หล่อเหลา
...จะว่าไป เทพนิยายส่วนใหญ่ก็เกี่ยวดองกับเรื่องความรักทั้งนั้น...
แต่ผมไม่ได้นับถือเทพนิยายเสมอไป
ผมแต่งเทพนิยายในสมอง แต่งมันขึ้นมาในความคิด และเทพนิยายของผมก็แทบไม่มีอะไรเหมือนเทพนิยายเก่าๆ
...ในสายตาผม... เทพนิยายมักเกี่ยวกับหญิงสาวผู้ตกระกำลำบาก และได้รับการช่วยเหลือไว้โดยเจ้าชายผู้หลงในความงามของเธอ
เรามาเปลี่ยนมันไม่ดีกว่าเหรอ ?
...ทำไมไม่ลองให้เป็นเจ้าชายตกระกำลำบาก และถูกช่วยเหลือไว้โดยหญิงสาวบ้างล่ะ ?...
ทำไมไม่ให้ทั้งสองคนมีฐานะศักดิ์ศรีเท่าเทียมกัน และหญิงสาวอาจหน้าตาอัปลักษณ์ แต่ชายหนุ่มก็หลงในหัวใจที่งดงามของเธอดูบ้าง ?... หรือทำไมไม่ลองให้แม่มดผู้ชั่วร้ายได้ค้นพบด้านสว่างของโลก และกลับตัวเป็นคนดีดูบ้าง ?
ทำไมเรื่องราวต้องเป็นไปว่า แม่มดผู้ชั่วร้ายถูกลงโทษไปตลอดกาลนาน โดยไม่มีวันไถ่ถอนบาป ? หรือแม่เลี้ยงใจร้ายถูกบังคับให้สวมรองเท้าเหล็กที่ร้อนระอุ จนขาดใจตาย ?
...คนชั่วก็มีสิทธิ์เป็นคนดีได้เหมือนกัน... และคนดีก็มีสิทธิ์เป็นคนชั่วได้...
ทุกอย่างมีสองด้านทั้งนั้น
ไม่มีอะไรเป็นด้านเดียวตลอดไปหรอก... ด้านหน้าอาจสวยงาม แต่ด้านหลังอาจอัปลักษณ์ และโสมมก็ได้ ใครจะไปรู้
ห้องที่ขาวสะอาด เจิดจ้าด้วยแสงไฟบนเพดาน คุณแน่ใจได้ยังไงว่าไม่มีฝุ่น ? ไม่สกปรก ?
ตุ๊กตาหมีตัวเล็กน่ารักน่ากอด ลองใช้กล้องจุลทรรศน์ส่องลงไปดูสิ เห็นตัวไรเต็มไปหมดเลยไหม ?
ถ้าเป็นไปได้ ผมก็อยากลองแต่งเทพนิยายออกมาจัง... ฝีมือผมคงไม่ถึงขั้นจะเรียกได้ว่าเป็นเทพนิยาย แต่อย่างน้อย ถ้ามันสวยงามในใจของคนแต่ง และประทับใจคนอ่าน ก็คงมากเพียงพอที่จะทำให้ผมมีกำลังใจแต่งต่อไปเรื่อยๆ แล้วล่ะ
โลกที่เราสร้างสรรค์ขึ้น บางครั้ง ผมก็เลือกจะจมจ่อมอยู่กับมัน
...แต่ก็ยอมรับนะ คนเราอยู่แต่ในโลกของตัวเองไม่ได้ตลอด...
ชีวิตยังมีการแข่งขัน 'สังเวียนชีวิต' คือคำพูดที่นักวิชาการใช้เรียก
การดิ้นรนเอาตัวรอดของมนุษย์ ต้องดิ้นรนกว่าสัตว์มากเป็นสองเท่า และผมก็เข้าใจ... นั่นเพราะมนุษย์มีจำนวนมาก มีสติปัญญา ถึงได้เรียนรู้อะไรมากขึ้น และความรู้นั้นก็ยิ่งกำหนดมาตรฐานชีวิตให้ยิ่งสูงขึ้นไป
พวกเราเป็นสัตว์ประเภทหนึ่ง แต่พวกเราต่างจากสัตว์อื่นตรงที่พวกเราสามารถพัฒนามาตรฐานชีวิตขึ้นได้ ขณะที่สัตว์เรียนรู้ที่จะเอาตัวรอดอย่างเดียว
...มนุษย์ก็ต้องเรียนรู้จะเอาตัวรอดนะ... แต่ในระดับสูงกว่าสัตว์ทั่วไปขึ้นมาระดับหนึ่ง พวกเราต้องมีการศึกษา ต้องมีที่ดินให้อาศัยอยู่ และต้องเรียนรู้จะพัฒนา และดำเนินเศรษฐกิจภายในบ้าน หรือภายในกิจการที่ตนเองครอบครอง
...ซักวัน หากมีสิ่งมีชีวิตอื่นที่สูงส่งกว่ามนุษย์เกิดขึ้นมา... พวกนั้นก็คงต้องเรียนรู้จะเอาตัวรอดในระดับที่สูงกว่ามนุษย์ขึ้นไปอีก...
...จะมีรึเปล่าล่ะ ?...